หน้าแรก >> บริการของเรา วิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
วิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
บทความ: สรุปเหตุการณ์ทางทหารและความมั่นคงของประเทศไทย ปี 2554
Created by : , Publish 30 Dec 2011 , Views 30
บทความ: สรุปเหตุการณ์ทางทหารและความมั่นคงของประเทศไทย ปี 2554

ปี พ.ศ. 2554 ที่กำลังจะผ่านไปนั้น ถือเป็นปีที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านทางทหารและความมั่นคงนั้น ถือเป็นอีกปีที่รัฐบาลและทหารไทยต้องทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งจากภารกิจทั้งปีที่ทหารไทยได้ปฏิบัติมานั้น มีทั้งได้รับคำชื่นชมอย่างมาก และต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่น้อย อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่ทหารไทยต้องเผชิญกับความสูญเสียทั้งยุทโธปกรณ์และนายทหาร นอกจากสถานการณ์อันไม่ปกติที่ทหารไทยต้องลงไปเกี่ยวข้องแล้ว ในรอบปีที่ผ่านมาทางกระทรวงกลาโหมก็มีการเคลื่อนไหวจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ๆ รวมถึงมีการเจรจาซื้ออาวุธอีกจำนวนมากในอนาคต เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศของไทย และเสริมสมรรถนะของทหารไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศในภูมิภาค เพื่อรักษาอธิปไตยของไทย แต่ก็ยังคงความสัมพันธ์ฉันท์มิตรประเทศอื่นๆ ด้วย ซึ่งทางสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศจะขอสรุปเหตุการณ์ทางทหารและความมั่นคงของประเทศไทย ในปี 2554 ว่าที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมและทหารไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

เริ่มด้วยเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดในปีนี้ที่ต้องกล่าวถึงนั่นก็คือเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งทางทหารเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับฐานทัพอากาศดอนเมือง รวมถึงค่ายทหารหลายๆ แห่งที่อยู่ในบริเวณน้ำผ่าน แต่ถึงจะเกิดความสูญเสียอย่างไร ภาพที่เห็นและไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้คือภาพทหารเดินสายออกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถแม้ในบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงและอันตราย เนื่องด้วยการที่หน่วยงานทางทหารนั้นมีอุปกรณ์พร้อมกว่าหน่วยงานทางพลเรือนอื่นๆ หน้าที่ของการช่วยเหลือประชาชนจึงกลายเป็นของทหารโดยปริยาย แต่อันที่จริงแล้ว ในฐานะเป็นหน่วยงานตัวแทนของกระทรวงกลาโหม ต้องชี้แจงว่ายานพาหนะของทหารจำนวนมากที่นำไปใช้ช่วยผู้ประสบภัยนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในบริเวณน้ำท่วมสูงเช่นนี้ จึงทำให้รถทหารหลายคันเกิดความเสียหาย และต้องจอดซ่อมแซม ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องอนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซม และบำรุงยานยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควร ส่วนยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้ (และน่าจะนำไปใช้)ในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ สามารถหารายละเอียดได้ที่ ?บทความพิเศษ: ยุทโธปกรณ์ทางทหารกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม?

เหตุการณ์ทางทหารใหญ่อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาคือการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการยิงตอบโต้กันอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์มีการเริ่มปะทะกันที่บริเวณภูมะเขือ ใกล้เขาพระวิหาร และมีกระสุนปืนใหญ่มาตกที่โรงเรียนบ้านภูมิซรอลและหมู่บ้านภูมิซรอล หลังจากนั้นมีการปะทะและการเจรจาหยุดยิงสลับกันไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ การปะทะกันในครั้งนี้ทำให้ชื่อของจรวดหลายลำกล้อง BM-21 หรือ Type-81 นั้นเป็นที่รู้จักของคนไทย โดยกัมพูชาได้ซื้อระบบจรวดดังกล่าวมาจากประเทศจีน ซึ่งจากที่เจ้าหน้าที่ของทางสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้ไปลงพื้นที่สำรวจมา พบว่าไม่มีความแม่นยำเท่าใดนัก จึงทำให้จรวดหลายลูกตกลงในพื้นที่พลเรือนแทนที่จะเป็นพื้นที่ทางทหาร นอกจากนี้ การปะทะดังกล่าวทำให้ไทยถูกกล่าวว่าไทยได้ใช้ระเบิด Cluster Bomb โจมตีกัมพูชา แม้ในเบื้องต้นทางรัฐบาลไทยจะปฏิเสธข้อโจมตีดังกล่าว แต่ต่อมาไทยก็ยอมรับว่าใช้ระเบิด Cluster Bomb จริง แต่ใช้สำหรับป้องกันตนเอง และใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์

เหตุการณ์ใหญ่ต่อมาซึ่งเป็นถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกองทัพบกคือเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุตกสามลำภายในเวลา 1 สัปดาห์ โดยวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์รุ่น Bell 212 ของกองทัพบกได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในบริเวณอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี หลังจากที่ถูกเรียกออกไปปฏิบัติภารกิจลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ UH-60 Black Hawk ของกองทัพบกก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ในวันที่ 16 กรกฎาคม เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบ Bell UH-1 Huey ประสบอุบัติเหตุตกลงในบริเวณ อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งทำให้กองทัพบกได้ส่งเฮลิคอปเตอร์แบบ Black Hawk เข้าไปกู้ภัย และลำเลียงศพ ในวันที่ 19 กรกฎาคม แต่ก็ได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน โดยจากอุบัติเหตุทั้งสามครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้กองทัพบกมีแผนการที่จะทำการปลดประจำการฝูงเฮลิคอปเตอร์ที่มีสภาพเก่าจำนวนมาก

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการจับตามากที่สุดทั้งในไทยและต่างประเทศคือการรับมอบเครื่องบินรบเอนกประสงค์ Saab JAS 39 C/D Gripen จากสวีเดนฝูงแรกจำนวน 6 ลำ จาก 12 ลำ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยประกอบด้วย JAS 39D 2 ที่นั่ง 4 ลำ JAS 39C ที่นั่งเดี่ยว 2 ลำ โดยเครื่องบินดังกล่าวกองทัพอากาศไทยตั้งใจจะนำมาแทนเครื่องบินรบ Northrop F-5E ซึ่งมีสภาพเก่ามาก ซึ่งเครื่องบิน Gripen ฝูงดังกล่าวเข้าประจำการที่ กองบิน 7 กองทัพภาคที่ 4 จังหวัดสุราษฎ์ธานี นอกจากนี้ไทยยังได้เครื่องบินแถมจาก Saab เป็นเครื่องควบคุมและเตือนภัยล่วงหน้า Saab 340 ติดเรดาร์ Erieye และเครื่องบินลำเลียงติดตั้งระบบ command-and-control system Saab 340 อย่างละ 1 ลำ

ส่วนทางด้านกองทัพบกนั้น ความเคลื่อนไหวด้านการจัดซื้อขนาดใหญ่คงหนีไม่พ้นการจัดซื้อ รถเกราะล้อยาง BTR-3E1 จากยูเครนจำนวน 26 คัน โดยได้รับมอบมาแล้วจำนวน 12 คัน ซึ่งมีการจัดสาธิตทางปฏิบัติการของรถเกราะล้อยาง BTR-3E1 ดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ พล.ร. 2 รอ. จังหวัดสระแก้วโดยมีรองผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธาน BTR-3E1 เป็นยานเกราะล้อยางประเภทสะเทินน้ำสะเทินบก ผลิตจากประเทศยูเครน โดยมีต้นแบบมาจากรถตระกูล BTR ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย ตัวถังรถ ผลิตด้วยเหล็กกล้าชนิดแข็งมากผสมใยสังเคราะห์ KEVLAR จากด้านในของตัวรถ ป้องกันกระสุน ขนาด 7.62 มม. โดยสามารถปรับปรุงให้ป้องกันกระสุน ขนาด 12.7 มม. (.50 นิ้ว) ได้ด้วยการเสริมแผ่นเซรามิค บรรทุกกำลังพลรวม 9 นาย ประกอบด้วย ผบ.รถ, พลขับ, พลยิง และพลประจำรถ สามารถชมภาพและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความ ?การสาธิตรถเกราะล้อยาง BTR-3E1 ของกองทัพบก? นอกจากนี้ ทางกองทัพบกยังได้ทำการตกลงซื้อรถถังหลัก (Main battle tanks - MBTs) Oplot จากยูเครนราว 100 คัน เพื่อมาแทนรถถังเบา M41 ซึ่งอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างเก่าอีกด้วย

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านกองทัพเรือนั้น ดูจะเป็นข่าวร้ายเสียมากกว่า หลังจากที่แผนการจัดซื้อเรือดำน้ำของของกองทัพเรือนั้นถูกเลื่อนออกไปถึง 2 ครั้งภายใน 1 ปี โดยล่าสุดในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา การในการประชุมการจัดซื้อของกระทรวงกลาโหมโดยพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ได้มีการนำประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำสำหรับกองทัพเรือกลับมาหารือหลังจากที่ถูกล้มแผนไปเมื่อรัฐบาลยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้มีการประเมินความเป็นไปได้ในการจัดซื้อเรือดำน้ำมือสองเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าแบบ Type 206A จากเยอรมันจำนวน 6 ลำ โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณราว 7.7 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าข้อเสนอการจัดซื้อครั้งนี้ก็ถูกเลื่อนไปอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลไทยจำเป็นต้องใช้เวลาพิจารณา แต่ทางเยอรมันต้องการคำตอบสิ้นเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการเสนอการจัดซื้อเรือดำน้ำมือสองจากเยอรมัน แต่ก็ข้อเสนอนี้ได้ตกไปเนื่องจากรัฐบาลในขณะนั้นต้องการเรือดำน้ำใหม่มากกว่า

ส่วนความเคลื่อนไหวในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้อนุมัติให้กองทัพบกจัดซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จู่โจมขนาดเบา/เอนกประสงค์ แบบ AS550 C3 Fennec ของ Eurocopter โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1,500 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงระบบสนับสนุนทางวิศวกรรม การฝึกนักบินและช่าง และอะไหล่ต่างๆ แต่พร้อมกันนี้รัฐบาลได้ปฏิเสธข้อเสนอซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ Sikorsky UH-60 Black Hawk เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามกองทัพบกยังคงพยายามที่จะยื่นขอเสนอขอจัดซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวอีกครั้งในราวเดือนตุลาคม ทั้งนี้ เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบ AS550 C3 Fennec นี้ เป็นเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนที่สามารถติดอาวุธได้ ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพบกในการลาดตระเวนหาข่าว

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ตกลงอนุมัติให้กองทัพบกจัดซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบ Sikorsky UH-60M Black Hawk เพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ ภายใต้งบประมาณราว 2,800 ล้านบาท ซึ่งกองทัพบกไทยมีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว เพื่อรักษาจำนวนเฮลิคอปเตอร์ให้เพียงพอต่อภารกิจ หลังจากที่กองทัพบกต้องสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ Bell UH-1H Bell 212 และ UH-60M Black Hawk แบบละ 1 ลำ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีทหารจากกองทัพบกเสียชีวิต 16 นาย และช่างภาพอีก 1 คน ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กองทัพบกต้องการจัดซื้อ UH-60M Black Hawk จำนวน 36 ลำ เพื่อนำมาแทนเฮลิคอปเตอร์รุ่นเก่า โดยกองทัพบกเตรียมผลักดันให้มีการจัดซื้อเพิ่มอีกราว 12 ลำในช่วงปีหน้า

กระทรวงกลาโหมของไทยได้ทำการลงนามสั่งซื้อเรดาร์เอนกประสงค์ Kronos จาก Selex Sistemi Integrati บริษัทภายใต้บริษัท Finmeccanica ของอิตาลี เพื่อนำไปใช้ในงานของกองทัพเรือและกองทัพอากาศไทย ซึ่งไม่มีการเปิดเผยมูลค่าของสัญญาแต่อย่างใด โดยจะนำไปใช้งานร่วมกับระบบที่มีอยู่เพื่อขยายเครือข่ายการป้องกันชายฝั่งและทางอากาศ โดยทางกองทัพเรือจะนำไปติดตั้งที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสงขลา เพื่อนำไปใช้ร่วมกับระบบการหาข่าวทางอากาศเพื่อเฝ้าระวังทะเลทางตะวันออกและใต้ ส่วนกองทัพอากาศอาจจะนำไปติดตั้งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กองพลบินที่ 2 กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังพยายามลงพัฒนาระบบป้องกันทางอากาศและทางทะเลให้ทันสมัย เพื่อการหาข่าวและการเฝ้าระวัง อนึ่ง ทางกองทัพบกเองก็กำลังพิจารณาจัดซื้อเรดาร์ SLC-2 จากจีนอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามข่าว บทความและงานต่างๆ ของฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศในปี 2554 ผ่านเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งทางเรายอมรับว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่เราสัญญาว่าในปี 2555 ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศจะยังคงผลิต พร้อมทั้งแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาผลงานต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ การทหาร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของกระทรวงกลาโหม แก่ประชาชนทั่วไป

ทางฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในนามของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน) กระทรวงกลาโหม ขอให้ทุกท่านโชคดีมีสุข สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และทุกข์ร้อนใดๆ ในปี 2555 ที่มาถึงนี้ ด้วยเทอญฯ

?

ทีมงานฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ (STA)


Buyuk bir is yerde yillarini vermis olan olgun kadin kendisinin porno izle son zamanlarda patronlari tarafindan begenildigini ogrenince mobil porno hafta sonu partilere akmak ister ve en seksi elbiselerini porno izle giyerek muhtesem olgun bedenini sokaga cikarir Aklinda cilginca seks izle eglenerek seks yapmak olan olgun kadin eglence mekanlarinin oldugu rokettube yere gelerek kendisine en uygun olan adami secmek ister Karsisin porno video siyahi bir adam cikinca ona tek bakisi ile suzen olgun kadin yavasca mobil pornolar suzulerek yanina gelir ve ona kendisini tanistirip bu gece sex hikayeleri kendisiyle olmak istedigin soyleyerek eglence mekanina girer ve alkolu porno resimler fazla kacirmadan zencinin evine gelip mutusuz oldugu bahanesi ile direk sikti
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) ชั้น 5 เลขที่ 47/433 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทรศัพท์ : 0 2980 6688, โทรสาร : 0 2980 6199


ติดตามผ่านสื่อ Social ที่ : Facebook, Youtube

Copyright © 2019 Defence Technology Institute. All Rights Reserved.
Visitor No. visitorvisitorvisitorvisitorvisitorvisitorvisitorvisitor sitemap